ja · en · vi · zh · es · pt · id · th
คำนามคือชนิดของคำที่มีมากที่สุดในคำศัพท์ TOPIK คือ 3404 คำ หรือ 57 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด รองลงมาคือคำกริยา 1345 คำ คำวิเศษณ์ 393 คำ และคำคุณศัพท์แบบเกาหลี (형용사) 376 คำ ที่เหลือเป็นกลุ่มเล็กกว่า ได้แก่ คำนามไม่อิสระ 130 คำ คำขยายนาม (관형사) 69 คำ คำนามเฉพาะ 63 คำ และคำสรรพนาม 47 คำ
| ชนิดคำ | จำนวน | สัดส่วน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| คำนาม (명) | 3404 | 57% | 사람 คน · 때 เวลา, ครั้ง · 말 พูด, คำพูด |
| คำกริยา (동) | 1345 | 22% | 하다 ทำ, กระทำ · 되다 เป็น · 보다 ดู |
| คำวิเศษณ์ (부) | 393 | 6% | 그러나 แต่, อย่างไรก็ตาม · 또 อีก, เพิ่มเติม · 안 ไม่ |
| คำคุณศัพท์ (형) | 376 | 6% | 있다 มี, มีอยู่ · 없다 ไม่มี · 아니다 ไม่ใช่ |
| คำนามไม่อิสระ (의) | 130 | 2% | 것 สิ่ง · 수 วิธี · 등 ฯลฯ |
| คำบ่งชี้ (관) | 69 | 1% | 그 นั่น, อัน · 이 นี้ · 한 หนึ่ง, อัน |
| ชื่อเฉพาะ (고) | 63 | 1% | 강원도 จังหวัดคังวอน · 경기도 จังหวัดคยองกี · 경복궁 พระราชวังคยองบก |
| คำสรรพนาม (대) | 47 | 0% | 나 ฉัน, ผม · 우리 พวกเรา · 그 คน/สิ่งนั้น |
ถ้าเรียงจากมากไปน้อย ภาพจะชัดขึ้นทันที คำนามมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 3404 คำ คิดเป็น 57 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยคำกริยา 1345 คำ คำวิเศษณ์ 393 คำ และคำคุณศัพท์แบบเกาหลีอีก 376 คำ สี่กลุ่มนี้รวมกันแล้วคือเนื้อหาส่วนใหญ่ที่คุณจะได้อ่านและได้ฟังในห้องสอบ
ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มเล็กแต่เจอบ่อยมาก คำนามไม่อิสระ (의존명사) 130 คำ คำขยายนาม (관형사) 69 คำ คำนามเฉพาะ 63 คำ และคำสรรพนาม 47 คำ ตัวเลขที่น้อยไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ เพราะคำพวกนี้เป็นชิ้นส่วนที่ประกอบอยู่ในแทบทุกประโยค คุณอาจไม่ต้องท่องมันนาน แต่ถ้าไม่รู้จัก คุณจะอ่านประโยคยาว ๆ ไม่ออกเลย
ประโยชน์ของการมองตัวเลขแบบนี้คือคุณจะจัดเวลาได้แม่นขึ้น แทนที่จะเปิดรายการคำศัพท์แล้วท่องไปเรื่อย ๆ ตามลำดับตัวอักษร คุณจะรู้ว่าน้ำหนักของงานอยู่ตรงไหน และควรใช้วิธีเรียนแบบไหนกับคำแต่ละกลุ่ม เพราะคำนาม 3404 คำ กับคำสรรพนาม 47 คำ ไม่ควรเรียนด้วยวิธีเดียวกัน
คำนามเป็นกลุ่มเปิด คือภาษาสร้างคำนามใหม่ได้เรื่อย ๆ ตามหัวข้อที่พูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การทำงาน สิ่งแวดล้อม หรือเทคโนโลยี ดังนั้นการที่คำนามกินสัดส่วนถึง 57 เปอร์เซ็นต์ จึงสะท้อนว่าข้อสอบครอบคลุมหัวข้อหลากหลาย และคำที่ทำให้คุณตอบผิดบ่อยที่สุดมักเป็นคำนามเฉพาะเรื่องที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน
ข่าวดีคือคำนามเกาหลีไม่ผันรูป คำว่า 학교 ก็คือ 학교 ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของประโยค คุณแค่ต่อคำชี้หน้าที่ เช่น 이 กับ 에 เข้าไปข้างท้าย นั่นแปลว่าคำนามคือกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนเร็วที่สุดต่อเวลาที่ลงไป ถ้าคุณมีเวลาเตรียมตัวเหลือน้อย การกวาดคำนามในหัวข้อที่ออกบ่อยคือทางลัดที่สมเหตุสมผลที่สุด
อีกเรื่องที่ควรรู้คือคำนามจำนวนมากในภาษาเกาหลีมาจากคำจีน-เกาหลี (한자어) ซึ่งประกอบขึ้นจากหน่วยเสียงซ้ำ ๆ เมื่อคุณจำได้ว่า 학 เกี่ยวกับการเรียน หรือ 원 มักหมายถึงสถานที่หรือองค์กร คุณจะเดาความหมายของคำนามใหม่ได้เองหลายสิบคำ และคำนามจำนวนมากยังเติม 하다 กลายเป็นคำกริยาได้ทันที เท่ากับว่าการลงทุนกับคำนามช่วยขยายคลังคำกริยาไปด้วยในตัว
คำกริยา 1345 คำ และคำคุณศัพท์ 376 คำ มีจำนวนน้อยกว่าคำนามมาก แต่กินเวลาเรียนมากกว่าต่อหนึ่งคำ เหตุผลคือคำสองกลุ่มนี้ผันรูป คำเดียวจึงปรากฏในข้อสอบได้หลายหน้าตา ถ้าคุณจำได้แค่รูปพจนานุกรมอย่าง 먹다 แล้วเจอ 먹었어요 먹으면 먹는 หรือ 먹기 위해서 สมองจะสะดุดทุกครั้ง ทั้งที่มันคือคำเดียวกัน
ผู้เรียนชาวไทยมักติดตรงคำคุณศัพท์เป็นพิเศษ เพราะในภาษาไทยคำอย่าง สวย หรือ ร้อน ใช้ขยายคำนามได้ตรง ๆ แต่ 형용사 ของเกาหลีทำงานเหมือนคำกริยา คือผันท้ายคำและวางไว้ท้ายประโยคได้เลย เช่น 춥다 กลายเป็น 추워요 หรือ 추운 날씨 เมื่อไปขยายคำนาม ถ้าคุณเข้าใจจุดนี้ตั้งแต่ต้น คำคุณศัพท์ 376 คำ จะเรียนไปพร้อมกับคำกริยาได้อย่างราบรื่น
ในการฟังและการอ่าน สิ่งที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรกับใคร ตอนไหน และจริงหรือไม่จริง อยู่ที่ท้ายคำกริยาแทบทั้งหมด คำนามบอกหัวข้อ แต่คำกริยาบอกความหมายที่ใช้ตัดสินตัวเลือกในข้อสอบ ดังนั้นถ้าคุณต้องเลือกฝึกอะไรก่อนในสัปดาห์แรก ให้เริ่มที่การจำรูปผันของคำกริยาและคำคุณศัพท์ที่ใช้บ่อย แล้วค่อยเร่งสะสมคำนามคู่ขนานไปเรื่อย ๆ
สำหรับคำนาม 3404 คำ อย่าท่องเป็นรายการเรียงตัวอักษร ให้จัดกลุ่มตามหัวข้อ เช่น ที่อยู่อาศัย สุขภาพ การเดินทาง การทำงาน แล้วท่องเป็นวลีสั้น ๆ ที่คำนามนั้นมักไปคู่ด้วย การจำ 약을 먹다 ได้ทั้งก้อน มีประโยชน์กว่าจำแค่ว่า 약 แปลว่ายา เพราะเวลาสอบคุณต้องเลือกคำที่เข้ากับบริบท ไม่ใช่แค่แปลคำเดี่ยว
สำหรับคำกริยาและคำคุณศัพท์ ให้จำคำหนึ่งพร้อมรูปผันหลักสามถึงสี่รูปเสมอ ได้แก่ รูปสุภาพลงท้าย 아요/어요 รูปอดีต รูปเชื่อมประโยค และรูปที่ใช้ขยายคำนาม จากนั้นแยกคำที่ผันไม่ปกติออกมาไว้อีกรายการหนึ่ง เช่น กลุ่ม ㅂ ㄷ ㅅ และ 르 แล้วทบทวนรายการนี้บ่อยกว่าปกติ เพราะคำที่ผันไม่ปกติมักเป็นคำที่ใช้บ่อยที่สุด
คำวิเศษณ์ 393 คำ ให้เรียนเป็นคู่ตรงข้ามหรือเป็นชุดที่ความหมายใกล้กัน เช่น กลุ่มที่บอกความถี่ กลุ่มที่บอกระดับ และกลุ่มที่บอกลำดับเวลา คำกลุ่มนี้เป็นตัวชี้ขาดในข้อสอบการฟังบ่อยมาก เพราะประโยคเดียวกันเปลี่ยนคำวิเศษณ์แล้วคำตอบเปลี่ยนทันที ลองฝึกโดยฟังประโยคสั้นแล้วจับให้ได้ว่าคำวิเศษณ์คำไหนโผล่มา
ส่วนกลุ่มเล็กอย่างคำนามไม่อิสระ 130 คำ คำขยายนาม 69 คำ คำสรรพนาม 47 คำ และคำนามเฉพาะ 63 คำ ให้มองว่าเป็นไวยากรณ์มากกว่าคำศัพท์ คำเหล่านี้มีจำนวนจำกัดและแทบไม่เพิ่ม คุณจึงปิดจบได้ในเวลาไม่กี่วันด้วยการอ่านตัวอย่างประโยคซ้ำ ๆ จนคุ้นตา แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทุ่มกับคำนามและคำกริยาซึ่งเป็นภาระหลักจริง ๆ
สุดท้าย ให้แบ่งรอบทบทวนตามชนิดของคำ คำนามใช้การทบทวนแบบเร็วและถี่ ส่วนคำกริยากับคำคุณศัพท์ใช้การเขียนรูปผันด้วยมือหรือพูดออกเสียงจริง เพราะสองอย่างนี้ต้องการความคล่องมากกว่าความจำ ถ้าคุณมีข้อสงสัยเรื่องรูปแบบข้อสอบหรือเกณฑ์ระดับ ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการของการสอบโดยตรง เพราะรายละเอียดเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้
มีคำนาม 3404 คำ คิดเป็น 57 เปอร์เซ็นต์ของคำศัพท์ทั้งหมด ถือเป็นชนิดของคำที่มีมากที่สุดอย่างชัดเจน
ถ้ามีเวลาจำกัด ให้เริ่มจากคำกริยา 1345 คำ และคำคุณศัพท์ 376 คำ ที่ใช้บ่อย เพราะต้องใช้เวลาสร้างความคล่องในการผันรูป แล้วสะสมคำนามควบคู่ไปทุกวัน เพราะคำนามจำได้เร็วกว่าและไม่ผันรูป
형용사 เกาหลีทำงานใกล้เคียงคำกริยา คือผันท้ายคำและวางท้ายประโยคได้เอง เช่น 춥다 เป็น 추워요 เมื่อจะขยายคำนามต้องเปลี่ยนรูปก่อน เช่น 추운 날씨 จึงควรเรียนไปพร้อมกับคำกริยา ไม่ใช่แยกเป็นคนละหมวด
ควรทำความคุ้นเคยให้ครบ เพราะมีจำนวนน้อยและปรากฏซ้ำในประโยคทั่วไป แต่ให้เรียนแบบไวยากรณ์ คือดูตัวอย่างประโยคจนคุ้นตา แทนการท่องแบบคำศัพท์ทีละคำ ส่วนรายละเอียดรูปแบบข้อสอบและเกณฑ์ระดับ แนะนำให้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการ
อัปเดต: 2026-09-04