ja · en · vi · zh · es · pt · id · th
ให้เริ่มจากคำที่ใช้บ่อยที่สุด 100 อันดับแรก ซึ่งคัดออกมาจากคลังคำศัพท์ระดับต้นทั้งหมด 982 คำ โดยตารางในหน้านี้เรียงตามข้อมูลความถี่การใช้งานของ 국립국어원 (สถาบันภาษาเกาหลีแห่งชาติ) เกณฑ์การคัดคือความถี่ล้วน ๆ ไม่ใช่ความยากง่ายของตัวอักษรหรือหมวดหมู่ตามตำราเรียน เมื่อจำครบ 100 คำนี้ โครงสร้างพื้นฐานของประโยคจะเข้าที่ คุณจะเริ่มจับใจความประโยคสั้น ๆ ได้และประกอบประโยคของตัวเองออกมาได้
| # | คำศัพท์ | ชนิดคำ | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| 1 | 것 | 의 | สิ่ง |
| 2 | 하다 | 동 | ทำ, กระทำ |
| 3 | 있다 | 보 | กำลัง...อยู่ |
| 4 | 있다 | 형 | มี, มีอยู่ |
| 5 | 되다 | 동 | เป็น |
| 6 | 수 | 의 | วิธี |
| 7 | 하다 | 보 | ทำ, ทำการ |
| 8 | 나 | 대 | ฉัน, ผม |
| 9 | 그 | 관 | นั่น, อัน |
| 10 | 없다 | 형 | ไม่มี |
| 11 | 않다 | 보 | ไม่ |
| 12 | 사람 | 명 | คน |
| 13 | 우리 | 대 | พวกเรา |
| 14 | 이 | 관 | นี้ |
| 15 | 그 | 대 | คน/สิ่งนั้น |
| 16 | 아니다 | 형 | ไม่ใช่ |
| 17 | 보다 | 동 | ดู |
| 18 | 때 | 명 | เวลา, ครั้ง |
| 19 | 거 | 의 | สิ่ง |
| 20 | 보다 | 보 | ลอง~ดู (ลองทำ) |
| 21 | 같다 | 형 | เหมือนกัน |
| 22 | 주다 | 보 | ทำ...ให้ (กระทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น) |
| 23 | 가다 | 동 | ไป |
| 24 | 년 | 의 | ปี |
| 25 | 한 | 관 | หนึ่ง, อัน |
| 26 | 말 | 명 | พูด, คำพูด |
| 27 | 일 | 명 | งาน, การทำงาน |
| 28 | 이 | 대 | นี่, คนนี้, สิ่งนี้ |
| 29 | 때문 | 의 | เพราะ |
| 30 | 말하다 | 동 | พูด |
| 31 | 그러나 | 부 | แต่, อย่างไรก็ตาม |
| 32 | 오다 | 동 | มา |
| 33 | 알다 | 동 | รู้, เข้าใจ |
| 34 | 씨 | 의 | แซ่, ตระกูล (ต่อท้ายนามสกุล) |
| 35 | 그렇다 | 형 | ใช่, เป็นเช่นนั้น |
| 36 | 크다 | 형 | ใหญ่ |
| 37 | 또 | 부 | อีก, เพิ่มเติม |
| 38 | 일 | 의 | เรื่อง, สิ่ง |
| 39 | 많다 | 형 | มาก |
| 40 | 안 | 부 | ไม่ |
| 41 | 좋다 | 형 | ดี, ยอด |
| 42 | 더 | 부 | มากขึ้น, ยิ่ง |
| 43 | 받다 | 동 | รับ |
| 44 | 그것 | 대 | สิ่งนั้น |
| 45 | 집 | 명 | บ้าน, ที่อยู่ |
| 46 | 나오다 | 동 | ออก, ออกมา |
| 47 | 그리고 | 부 | และ |
| 48 | 문제 | 명 | ปัญหา |
| 49 | 살다 | 동 | อยู่, มีชีวิต |
| 50 | 저 | 대 | ฉัน |
| 51 | 못하다 | 보 | ไม่ได้ |
| 52 | 생각하다 | 동 | คิด, พิจารณา |
| 53 | 모르다 | 동 | ไม่รู้ |
| 54 | 속 | 명 | ภายใน |
| 55 | 만들다 | 동 | สร้าง, ทำ |
| 56 | 두 | 관 | สอง |
| 57 | 앞 | 명 | หน้า |
| 58 | 어떤 | 관 | อะไร, ประเภท |
| 59 | 잘 | 부 | ดี |
| 60 | 먹다 | 동 | กิน |
| 61 | 오다 | 보 | มา |
| 62 | 원 | 의 | วอน |
| 63 | 생각 | 명 | ความคิด, ความเห็น |
| 64 | 어떻다 | 형 | เป็นอย่างไร |
| 65 | 명 | 의 | คน |
| 66 | 다시 | 부 | อีกครั้ง |
| 67 | 다른 | 관 | ต่าง, อื่น |
| 68 | 이런 | 관 | แบบนี้, เช่นนี้ |
| 69 | 여자 | 명 | ผู้หญิง, สตรี |
| 70 | 개 | 의 | ชิ้น |
| 71 | 뒤 | 명 | ด้านหลัง, ข้างหลัง |
| 72 | 듣다 | 동 | ฟัง |
| 73 | 다 | 부 | ทั้งหมด |
| 74 | 좀 | 부 | นิดหน่อย, เล็กน้อย |
| 75 | 들다 | 동 | เข้าไป |
| 76 | 싶다 | 보 | ต้องการ, อยาก |
| 77 | 가지다 | 동 | มี |
| 78 | 함께 | 부 | ด้วยกัน, พร้อมกัน |
| 79 | 아이 | 명 | เด็ก, ลูก |
| 80 | 많이 | 부 | มากมาย |
| 81 | 시간 | 명 | เวลา |
| 82 | 너 | 대 | เธอ, คุณ |
| 83 | 주다 | 동 | ให้, มอบให้ |
| 84 | 나다 | 동 | ปรากฏ, เกิด |
| 85 | 이렇다 | 형 | เช่นนี้ |
| 86 | 어머니 | 명 | แม่ |
| 87 | 눈 | 명 | ตา |
| 88 | 뭐 | 대 | อะไร |
| 89 | 다음 | 명 | ต่อไป |
| 90 | 누구 | 대 | ใคร |
| 91 | 전 | 명 | ก่อนหน้า, อดีต |
| 92 | 곳 | 명 | ที่, สถานที่ |
| 93 | 여러 | 관 | หลายๆ, มากมาย |
| 94 | 안 | 명 | ข้างใน |
| 95 | 하나 | 수 | หนึ่ง |
| 96 | 버리다 | 보 | (กริยาช่วย) ...ไปเสียแล้ว, ...จนหมด (แสดงว่าการกระทำเสร็จสิ้นสมบูรณ์) |
| 97 | 위 | 명 | ด้านบน, บน |
| 98 | 운동 | 명 | ออกกำลังกาย, บริหารกาย |
| 99 | 퍼센트 | 의 | เปอร์เซ็นต์ |
| 100 | 학교 | 명 | โรงเรียน, สถาบันการศึกษา |
คำตอบตรง ๆ คือ ให้เริ่มจากคำที่ใช้บ่อยที่สุด 100 อันดับแรกในคลังคำระดับต้น 982 คำ ตารางด้านล่างจัดลำดับตามข้อมูลความถี่ของ 국립국어원 ไม่ได้เรียงตามลำดับบทเรียนหรือตามหมวดหมู่อย่างอาหาร สี สัตว์ ความต่างตรงนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะรายการแบบหมวดหมู่มักพาคุณไปเจอคำที่ดูน่าจำแต่แทบไม่โผล่ในบทสนทนาจริง แล้วคุณก็เสียแรงไปกับคำที่ยังไม่ถึงคิวของมัน
คำที่ติดอันดับต้น ๆ ของความถี่มีคุณสมบัติร่วมกันอย่างหนึ่ง คือมันปรากฏซ้ำในแทบทุกประโยค ไม่ว่าคุณจะอ่านข้อความในแชท ฟังประกาศบนรถไฟใต้ดิน หรือดูซีรีส์แบบเปิดซับ คำกลุ่มนี้จะวนกลับมาให้คุณเจอครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นแปลว่าแรงที่ลงไปกับ 100 คำนี้ให้ผลตอบแทนต่อคำสูงกว่าคำที่เหลือในคลัง 982 คำอย่างชัดเจน และคุณจะเห็นผลลัพธ์เร็วพอที่จะไม่ถอดใจกลางทาง
เมื่อจำได้ครบ สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่ารู้ศัพท์เพิ่มขึ้น 100 คำ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของประโยค คุณจะเริ่มมองออกว่าประโยคหนึ่งแบ่งออกเป็นส่วนไหนบ้าง ตรงไหนคือผู้กระทำ ตรงไหนคือการกระทำ ตรงไหนเป็นส่วนขยายที่ตัดทิ้งได้โดยที่ความหมายหลักไม่หายไป คำที่ยังไม่รู้จะกลายเป็นช่องว่างที่พอเดาได้ แทนที่จะทำให้ทั้งประโยคกลายเป็นกำแพงทึบ
ลองไล่สายตาลงมาตามตารางโดยยังไม่ต้องท่อง แล้วสังเกตแค่ว่าคำแต่ละตัวเป็นคำชนิดใด สิ่งที่คุณจะเห็นคือรายการนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยคำนามรูปธรรมอย่างที่หลายคนคาดไว้ แต่แน่นไปด้วยคำกริยาพื้นฐาน คำสรรพนาม คำบอกเวลาและปริมาณ รวมถึงคำที่ทำหน้าที่เชื่อมประโยคเข้าด้วยกัน นี่คือหน้าตาปกติของรายการที่จัดตามความถี่ ไม่ใช่ความผิดพลาดของการคัดคำ
สัดส่วนแบบนี้ควรเปลี่ยนวิธีเรียนของคุณ คำนามควรจำคู่กับคำช่วยที่ตามหลังมัน เพราะในภาษาเกาหลี หน้าที่ของคำในประโยคถูกกำหนดด้วยคำช่วย ไม่ใช่ด้วยตำแหน่งของคำอย่างในภาษาไทย ส่วนคำกริยาและคำคุณศัพท์ควรจำในรูปผันที่ใช้พูดจริงอย่างน้อยหนึ่งรูป ไม่ใช่จำเฉพาะรูปพจนานุกรมที่ลงท้ายด้วย -다 เพราะแทบไม่มีใครพูดรูปนั้นออกมาตรง ๆ ในชีวิตประจำวัน
อีกอย่างที่สัดส่วนนี้บอกคือคำที่มีความถี่สูงมักมีความหมายกว้างและยืดหยุ่น คำเดียวใช้ได้ในหลายบริบทจนดูเหมือนคนละคำ ข้อดีคือคุ้มค่าแก่การจำมาก ข้อเสียคือถ้าคุณท่องคำแปลภาษาไทยไว้เพียงความหมายเดียว คุณจะสะดุดทันทีเมื่อเจอมันในบริบทอื่น ทางแก้ที่ได้ผลคือจำเป็นวลีสั้น ๆ ที่มีคำนั้นใช้อยู่จริง แทนที่จะจำเป็นคำโดดคู่กับคำแปลบรรทัดเดียว
อย่าเริ่มด้วยการอ่านรวดเดียวจนจบตาราง ให้ซอยรายการออกเป็นชุดย่อยขนาดพอดีกับสมาธิของคุณ แล้ววางแผนให้แต่ละวันมีชุดใหม่หนึ่งชุด บวกกับการทบทวนชุดเก่าทั้งหมดที่ผ่านมาแล้ว การทบทวนสะสมแบบนี้กินเวลาน้อยกว่าที่คิดไว้มาก เพราะคำที่แน่นแล้วจะผ่านตาไปในพริบตา เหลือเวลาไว้ให้คำที่ยังไม่แน่นจริง ๆ
ในแต่ละรอบ ให้ทดสอบจากเกาหลีมาเป็นไทยก่อน แล้วค่อยกลับทิศเป็นไทยไปเป็นเกาหลี ทิศทางหลังยากกว่าและสะท้อนได้ตรงกว่าว่าคุณจำได้จริงหรือแค่คุ้นหน้าคำนั้น คำไหนที่ตอบไม่ออกในทิศทางนี้ ให้ดึงกลับเข้ากองที่ต้องทบทวนถี่ขึ้น ส่วนคำที่ตอบได้ทันทีก็ปล่อยให้ทิ้งช่วงห่างออกไป
และอย่าข้ามขั้นตอนที่คนส่วนใหญ่ข้าม คือการออกเสียงและการแต่งประโยคของตัวเอง หยิบคำจากชุดของวันนั้นมาประกอบเป็นประโยคสั้น ๆ เกี่ยวกับชีวิตคุณเอง ผิดไวยากรณ์บ้างในช่วงนี้ไม่ใช่ปัญหา เป้าหมายคือทำให้คำเคลื่อนจากการจำได้เมื่อเห็น ไปสู่การหยิบมาใช้ได้เอง ควบคู่กันไป ควรฟังเสียงเจ้าของภาษาของทุกคำด้วย เพื่อไม่ให้คุณจำคำด้วยเสียงที่ผิดตั้งแต่วันแรก ซึ่งแก้ทีหลังยากกว่าการจำให้ถูกตั้งแต่ต้นมาก
เมื่อ 100 คำแรกอยู่ตัวแล้ว เป้าหมายถัดไปที่สมเหตุสมผลคือคลังคำระดับต้นทั้ง 982 คำ คุณจะรู้สึกว่าส่วนที่เหลือเบากว่าช่วงแรกอย่างเห็นได้ชัด เพราะคำใหม่เหล่านั้นมักปรากฏอยู่ในประโยคที่ประกอบขึ้นจากคำที่คุณรู้อยู่แล้ว คุณจึงเดาความหมายจากบริบทได้ก่อนจะเปิดดูคำแปลด้วยซ้ำ และการเดาที่ถูกต้องคือสิ่งที่ทำให้คำใหม่ติดแน่นกว่าการท่องซ้ำเฉย ๆ
จังหวะนี้ควรเปลี่ยนวิธีเก็บคำใหม่ด้วย จากการไล่ตามตารางเพียงอย่างเดียว ไปเป็นการเก็บคำจากสิ่งที่คุณอ่านและฟังจริง ทุกครั้งที่เจอคำใหม่ในบทสนทนาหรือข้อความสั้น ๆ ให้บันทึกไว้พร้อมประโยคต้นทางเสมอ วิธีนี้ทำให้คลังคำของคุณค่อย ๆ เอียงไปทางเนื้อหาที่คุณใช้จริง ไม่ใช่รายการกลาง ๆ ที่ใช้เหมือนกันหมดทุกคน
ถ้าปลายทางของคุณคือการสอบ ให้ใช้คลังคำระดับต้นเป็นฐานให้แน่นก่อน แล้วค่อยขยับไปทำความคุ้นเคยกับรูปแบบคำถามเป็นลำดับถัดไป รายละเอียดเรื่องรอบสอบ ค่าสมัคร เกณฑ์การตัดระดับ และรูปแบบข้อสอบมีการปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศ จึงควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการก่อนวางแผนสอบทุกครั้ง
ถ้าแบ่งเป็นชุดย่อยรายวันและทบทวนชุดเก่าสะสมทุกวัน โดยทั่วไปจบได้ใน 1–2 สัปดาห์ ตัวแปรสำคัญไม่ใช่จำนวนชั่วโมงต่อวัน แต่คือความสม่ำเสมอและการทดสอบย้อนทิศจากไทยไปเกาหลี
ทำคู่กันไปได้ แต่ในช่วงแรก 100 คำที่มีความถี่สูงนี้ให้ผลเร็วกว่า เพราะเมื่อคุณรู้คำที่ประกอบเป็นโครงประโยค กฎไวยากรณ์ที่อ่านทีหลังจะมีตัวอย่างจริงให้ยึด แทนที่จะเป็นสูตรลอย ๆ
ควรอ่านฮันกึลได้ก่อน แม้จะยังช้าก็ตาม ถ้าจำคำผ่านการถอดเสียงเป็นอักษรโรมันหรือคำอ่านแบบไทย คุณจะติดเสียงที่ผิดและต้องกลับมาแก้ทีหลัง ซึ่งใช้เวลามากกว่าการเรียนอ่านตั้งแต่แรก
ยังไม่พอ เพราะ 100 คำนี้เป็นเพียงจุดตั้งต้นที่ทำให้โครงประโยคเข้าที่ ส่วนการสอบต้องอาศัยคลังคำระดับต้นทั้ง 982 คำ ไวยากรณ์พื้นฐาน และความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ รายละเอียดเกณฑ์ต่าง ๆ ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการ
อัปเดต: 2026-09-04